รีวิว Puss in Boots พุซ อิน บู๊ตส์ 2

รีวิว Puss in Boots พุซ อิน บู๊ตส์ 2 11 ปีพอดีหลังจาก Puss in Boots ภาคแรกออกฉาย มันก็ออกจากจักรวาล Shrek ที่โดดเด่นของ DreamWorks Animation และไม่ได้ฉายในโรงภาพยนตร์มานานหลายทศวรรษ ภาคต่ออย่าง The Last Wish ถูกสร้างขึ้น ซึ่งเป็นการออกฉายที่เกินกำหนดมานาน แต่ไม่ว่าจะขยับตัวยังไง แมวก็ดัน หนังจึงไม่ต่างอะไรจากแมวเก้าชีวิต ยังนำมาสร้างเสน่ห์ให้แฟน ๆ และมีความสุขส่งท้ายปีเก่า หลังจากการผจญภัยอันยาวนานในความตาย ในที่สุด Puss นักดาบผู้มีเสน่ห์ก็เผชิญกับความกลัวเมื่อพบพวกเขาครั้งแรก Grim Reaper Wolf จากนี้ไป Push มาเพื่อเตือนคุณว่าเขาเหลือชีวิตสุดท้ายก่อนที่เขาจะไปพบกับปีศาจ Cat ได้มอบตัวเพื่อหลบภัยกับ Mama Luna สถานพักพิงแมวจรจัดที่เลือกที่จะเนรเทศ ที่นั่น พูซูได้พบกับเปโร ชิวาวาจรจัดที่คิดว่าตัวเองเป็นแมว แต่ความสงบสุขที่แมวใฝ่ฝัน โกลดิล็อกส์และครอบครัวหมีจ้างให้เขาขโมยแผนที่ไปยัง Blessed Star

เจ้าของแผนที่คือ Jack Owner ชายหนุ่มร่างอวบเจ้าของโรงงานขนมปัง แต่ Puss ไม่ใช่คนเดียวที่ต้องการแผนที่ เพราะเขาได้พบกับ Kitty Softpaws แมวไฟชราที่เหนือกว่าเขาอย่างชัดเจน แต่เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน Kitty, Paz และ Perro เข้าร่วมกับคู่แข่ง Jack the Owner และครอบครัว Goldilocks Bear เพื่อตามหา Blessing Star เพื่ออธิษฐานให้ Paz กลับมาถึงเก้าชีวิต ฉันพยายามแล้ว

ก่อนอื่น ขอปรบมือให้กับความกล้าหาญของทีมงานดรีมเวิร์ค อนิเมชั่นอื่น ๆ ในตลาดมักจะเชื่อมโยงการผจญภัยกับครอบครัว และมิตรภาพ แต่จัดการกับธีมสำหรับผู้ใหญ่ที่กลัวความตายในแอนิเมชั่นเรื่องโปรดของเด็กๆ เรื่อง “Puss in Boots” มันเจ๋งมากที่ได้เห็น Pazu แมวไร้เดียงสาตายอีกครั้งเป็นแรงผลักดัน และเรียนรู้คุณค่าของชีวิตให้คนดูเติบโตไปพร้อมกับตัวละครไปอีกขั้น

สำหรับผู้ชมที่อายุน้อย เชื่อว่าก้าวหนึ่งจากวัยเด็กจะเริ่มต้นบททดสอบของชีวิตในฐานะผู้ใหญ่ เป็นความกลัวลึกๆ ที่หลายๆ คนต้องเผชิญและประสบ ดังนั้นการดู Puzu เข้าไปในกระบะทรายแมวหรือทำความคุ้นเคยกับเพื่อนใหม่อย่าง Pero จึงโดนใจผู้ชมวัยนี้ เข้ากับตัวละครได้ไม่ยาก ผู้ชมจะพบว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกี่ยวกับการไถฟีดโซเชียลมีเดีย พวกเขากำลังแสดงสดในเวลาจำกัด

แอนิเมชันชวนให้รู้จักคุณค่าชีวิต รีวิว Puss in Boots พุซ อิน บู๊ตส์ 2

รีวิว Puss in Boots พุซ อิน บู๊ตส์ 2 แต่ในด้านของผู้ชมที่เป็นผู้ใหญ่ในช่วงปลายยุค 30 และ 40 ต้นๆ เราได้รับข้อความเกี่ยวกับความรับผิดชอบและความสัมพันธ์ เพราะตัวละครอย่างแมวก็มีบาปในอดีตที่รอการแก้ไขหรือขอโทษคนที่ทำผิดด้วยความสำนึกในบุญคุณ สิ่งนี้ทำให้บทภาพยนตร์ของพอล ฟิชเชอร์ไม่เพียงแต่เป็นภาคต่อของ Puss in Boots เท่านั้น แต่ยังเป็นภาพยนตร์ที่แฟนๆ ของเชร็คโตมาและเชื่อว่าคือ Puss in Boots .

ถึงกระนั้น ฟิชเชอร์ที่ดูเป็นคนเจ้าอารมณ์เป็นเรื่องตลกที่มืดมนที่สุดของ Perro และอธิบายว่าทำไมเขาถึงสวมชุดเหมือนกระสอบ ฉันจะเตือนคุณถ้าคุณมี บางทีมุกนี้อาจส่งผลต่อสภาพจิตใจของคุณ ดูไปก็ยอมรับว่าแอบตกใจว่าทำไมเลือกใช้มุกนี้ สุดท้ายนี้ผมขอพูดเรื่องเสียงพากย์นะครับ ไม่สามารถโต้แย้งกับต้นฉบับได้ว่า Antonio Banderas และ Salma Hayek รับบทเป็น Neko ใน Booth และ Kitty Soft การเข้าร่วมจะต้องสนุกมากอย่างแน่นอน

แต่พอมาเป็นพากย์ไทยคราวนี้พิเศษสุดๆ ครั้งนี้บูธพุชอินมีเพลงด้วยเลยเปลี่ยนเสียงพระเอกจากดอม เหตระกูล เป็นอรรคพล ทรัพย์อาจินต์ หรือคุณแมว เพชฌฆาต ผู้พากย์และร้องเป็นมารในเรื่องอะลาดิน คุณภาพของเสียงพากย์และเสียงร้องก็ปลอดภัยเช่นกัน นอกจากนี้ บทของ Goldilocks ยังปรับเสียงพากย์ไทยเป็นเสียงพูดซื่อๆ แทนอีกด้วย สิ่งนี้ทำให้ตัวละครของตัวละครมีความคิดสร้างสรรค์มาก

การผจญภัยถลำสัจจะชีวิตของเจ้าเหมียว

เราใช้เวลาหลายปีในการพยายามผลักดัน สร้างสรรค์ และสานต่อโลกภาพยนตร์แอนิเมชั่นนี้ และเราต้องรอถึง 10 ปีกว่าชิ้นส่วนใหม่ๆ จะออกมา การเดินทางครั้งใหม่สำหรับนักสู้ ผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครด้วยความพยายามระดับตำนานของเขางานนี้กลับมายิ่งใหญ่และดูเหมือนจะเติบโตอย่างเห็นได้ชัด A Legend ฟื้นชีวิตที่หายไปของเขา แต่เมื่อเธอเหลือเพียงชีวิตเดียว ปาซจึงต้องถ่อมตัวและขอความช่วยเหลือจากอดีตคู่หูและคู่ปรับของเธอ นั่นคือเสน่ห์อันน่าหลงใหล คิตตี้ ซอฟต์โพส ในภารกิจ Puss และ Kitty ได้รับความช่วยเหลือจาก Pero ลูกผสมที่ว่องไว ฮีโร่ทั้งสามคนของเราต้องนำหน้าครอบครัวอาชญากรโกลดี้ล็อกส์และทรีแบร์สหนึ่งก้าว แจ็ค เทิร์นเนอร์บิ๊ก” และนักล่าเงินรางวัลผู้น่าสะพรึงกลัวอย่างเดอะบิ๊กแบดวูล์ฟ

ที่กล่าวว่ามันเป็นก้าวที่เติบโตและแข็งแกร่งขึ้นสำหรับภาคแยกภาคแยกนี้ อย่างไรก็ตาม ผลงานออกมาดีเกินคาด กำกับโดยโจเอล ครอว์ฟอร์ด ผู้กำกับดาวรุ่งจาก The Croods: A New Age ซึ่งเป็นผลงานเรื่องที่สองของเขาและเป็นภาคต่อที่ชัดเจน

ความจริงแล้ว Joel Crawford อยู่เบื้องหลังของ DreamWorks Animation มาหลายปีแล้ว เดิมทีเป็นนักเล่าเรื่องในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์หลายเรื่อง เช่น Kung Fu Panda, Trolls และแม้แต่ Shrek Forever After เขาเพิ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้กำกับเต็มเวลา ย้อนกลับไปในภาพยนตร์เขาได้เปรียบ ผสมผสานกับท่วงทำนองและการเล่าเรื่องที่เต็มไปด้วยจังหวะได้อย่างลงตัว เมื่อเทียบกับภาคก่อน เห็นได้ชัดว่า Puss in Boots: The Last Wish มีโครงเรื่องที่แข็งแกร่งกว่ามาก และการพัฒนาตัวละครก็เติบโตขึ้นตามไปด้วย พอล พิชเชอร์ ผู้เขียนบทภาพยนตร์ The Croods: A New Age กลับมาร่วมงานกับผู้เขียนบทภาพยนตร์ The Croods: A New Age และผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ต้นฉบับ ทอม วีลเลอร์ ช่วยดูแลเรื่องราว แผนกนี้จะช่วยคุณทำงานของผู้กำกับ มันเกี่ยวกับการผสมผสานวัฒนธรรมละตินเข้าไปในภาพยนตร์รีวิว Puss in Boots พุซ อิน บู๊ตส์ 2

โครงสร้างและเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ มันเป็นมิตรและดูเด็กไปหน่อย แต่เนื้อเรื่องเข้มข้นและชัดเจนมาก ทำตามสูตรตรงเวลา ตรงต่อเวลา การผลิต Puss in Boots: The Last Wish กลั่นกรองออกมาเป็นความบันเทิงและความสนุกสนานสำหรับผู้ชมทุกวัย ที่เราเห็นในทีเซอร์เทรลเลอร์เป็นแค่น้ำจิ้มเรียกน้ำย่อยจริงๆ

คาแรกเตอร์ตัวละครในภาคนี้

บุคลิกของตัวละครในภาคนี้ก็โดดเด่นไม่น้อยหน้าใคร เรียกได้ว่าหนังสามารถปลุกปั้นและสร้างตัวละครทุกตัวจากคนที่โดดเด่นทุกคน ที่น่าจดจำคือ “อันโตนิโอ แบนเดราส” ยังกลับมาพากย์เสียงและทำหน้าที่ผลักดัน ความเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้คุณหวนคิดถึงแขนขาอันอ่อนนุ่มของ Salma Hayek แมวผู้มีเสน่ห์ และตัวละครสองตัวที่มีเรื่องราว และมีมิติที่เหมือนอยู่ในภาพยนตร์อนิเมชั่นอย่างไม่น่าเชื่อ

และผู้ชมจะต้องหลงรักและชื่นชอบ ฝากหัวใจไว้กับตัวละครชิวาวาตัวใหม่ “เพอริโต้” ที่ปลอมตัวเป็นแมว ตัวละครที่ขโมยซีนหนึ่งในภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ดีที่สุดแห่งทศวรรษ ตัวละครสามตัวประกอบที่มีมิติมหัศจรรย์ซึ่งมีภูมิหลังและเรื่องราวที่น่าสนใจมาก และ “ฮาร์วีย์ กิลเลน” ทำให้เสียงของตัวละครนี้น่าสนใจมาก

นอกจากนี้ยังมี “ฟลอเรนซ์ พิวจ์” ที่พากย์เสียงโกลดี ซึ่งอาจทำให้ผิดหวังเล็กน้อย เพราะฉันคิดว่าตัวละครนี้โดดเด่นกว่า แต่ถึงกระนั้นตัวละครก็ยังเต็มไปด้วยมิติของบทและตัวขโมยซีนอีกคนน่าจะเป็นแจ็ค ฮอร์เนอร์ อดีตนิ้วหัวแม่มืออันโด่งดัง ตัวร้ายไร้เทียมทาน แต่เสียงของ “จอห์น มูลานีย์” สร้างความบันเทิงให้เราได้รีวิว Puss in Boots พุซ อิน บู๊ตส์ 2

โดยรวมแล้ว Puss in Boots: The Last Wish เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นที่ดีอย่างน่าประหลาดใจ มาตรฐานของภาคแรกคือหนังอีกเรื่องที่ให้ความรู้สึกเฉยๆ ดังนั้น การกลับมาในภาคนี้จึงเต็มไปด้วยการพัฒนาที่ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน บทแข็งแกร่ง การเล่าเรื่องเป็นจังหวะ ตัวละครต่างๆ เต็มไปด้วยมิติ เป็นองค์ประกอบที่รวมกันอยู่ในสลัด มันดีกว่าที่คิดก่อนจะไปดูในโรง

บทความที่เกี่ยวข้อง